ความเป็นมา สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล ได้ประกาศจัดตั้งคณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2543 โดยมีวัตถุประสงค์ในการจัดตั้ง ดังนี้ 1.เพื่อผลิตบัณฑิตด้านสื่อสารมวลชนและสารสนเทศประเภทต่างๆ ให้มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องหรือนำมาใช้กับงานสื่อสารมวล ชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ 2.เพื่อทำการวิจัย ค้นคว้า พัฒนาวิชาการทางด้าน การผลิตสื่อ ที่สอดคล้องกับแผนพัฒนาสื่อสารมวลชนเทคโนโลยีสารสนเทศและโทรคมนาคมเพื่อการ พัฒนาคนและสังคม 3.เพื่อให้บริการทางวิชาการแก่สังคม โดยนำศักยภาพของเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน และสารสนเทศที่มีอยู่ มุ่งสู่การพัฒนาสังคมไทยให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต4.เพื่อทำนุบำรุงศาสนา สืบสานศิลปวัฒนธรรม ตลอดจนการอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อม ตามกระบวนการของงานเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน ในปีพุทธศักราช 2532 นโยบายของสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล มีเป้าหมายในการพัฒนาการศึกษาทางด้านวิชาชีพต่างๆ ที่จัดการเรียนการสอนอยู่แล้วในสถาบัน และมีศักยภาพที่จะขยายการศึกษาให้สูงไปกว่าระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง อีกทั้งเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานอย่างมากจนกล่าวได้ว่าเป็นวิชาชีพที่ขาด แคลนสูง ผลิตบุคลากรไม่ทันกับกับพัฒนาประเทศ เช่น วิชาชีพด้านการถ่ายภาพและภายนตร์ การพิมพ์ การผลิตโฆษณา อุตสาหกรรมเคมี สถาปัตยกรรม เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ และการออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม สถาบันฯ จึงได้กำหนดให้ยกระดับวิชาชีพเหล่านี้ขึ้นเป็นระดับปริญญาตรี แต่หากจะจัดการศึกษาให้ถูกต้องตามรูปแบบของศาสตร์ในวิชาชีพดังกล่าว จะต้องจัดตั้งคณะใหม่ขึ้นมารองรับอีกไม่น้อยกว่า 3 คณะ ซึ่งไม่สอดคล้องกับการพัฒนาในระยะเริ่มแรกที่ต้องคำนึงถึงปัจจัยแห่งประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการจัดทรัพยากรการบริหารอย่างประหยัด ดังนั้นสถาบันฯ จึงได้มีมติจัดตั้งภาควิชาและอนุมัติหลักสูตรเพื่อเปิดการเรียนการสอนให้อยู่ในความรับผิดชอบของคณะ วิศวกรรมและเทคโนโลยีการเกษตรไว้ก่อน ดังนี้ วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2533 (วาระที่ 7) มีมติอนุมัติจัดตั้งภาควิชาเทคโนโลยีการถ่ายภาพและการพิมพ์ พร้อมทั้งอนุมัติหลักสูตรในสาขาเทคโนโลยีการถ่ายภาพและภาพยนตร์ สาขาเทคโนโลยีการผลิตโฆษณาและสาขาวิชาเทคโนโลยีการพิมพ์ ได้เปิดรับนักศึกษาเข้าเรียนรุ่นแรกเมื่อภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2534 วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2533 (วาระที่ 8) มีมติอนุมัติจัดตั้งภาควิชาเทคโนโลยีอุตสาหกรรมเคมี และอนุมัติหลักสูตรสาขาวิชาเคมีอุตสาหกรรม และสาขาวิชาเคมีวิเคราะห์ได้เปิดรับ นักศึกษาเข้าเรียนรุ่นแรกเมื่อภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2534 วันที่ 24 ตุลาคม 2533 มีมติจัดตั้งภาควิชาเทคโนโลยีสถาปัตยกรรม และอนุมัติหลักสูตรในสาขาวิชาเทคโนโลยีสถาปัตยกรรม ได้เปิดรับนักศึกษาเข้าเรียนรุ่นแรกเมื่อภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2534 วันที่ 25 กันยายน 2534 มีมติอนุมัติจัดตั้งภาควิชาเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ และอนุมัติ หลักสูตรสาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ ได้เปิดรับนักศึกษาเข้าเรียนรุ่นแรกเมื่อภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2536 วันที่ 30 พฤศจิกายน 2535 มี มติจัดตั้งภาควิชาเทคโนโลยีพัฒนาผลิตภัณฑ์และอนุมัติ หลักสูตรสาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ ได้เปิดรับนักศึกษาเข้าเรียนรุ่นแรกเมื่อภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2536 ใน ปีการศึกษา 2541 สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล ได้จัดตั้งคณะวิทยาศาสตร์ และคณะสถาปัตยกรรมขึ้น จึงได้มีการแยกสาขาวิชาเคมีอุตสาหกรรมไปเปิดสอนในคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาเคมีวิเคราะห์ไปเปิดสอนในคณะวิทยาศาสตร์และแยกสาขาวิชาเทคโนโลยี สถาปัตยกรรมไปเปิดสอนในคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จึงทำให้ยังคงมีวิชาชีพที่เป็นศาสตร์เฉพาะตัวดำเนินการอยู่ในคณะวิศวกรรมและ เทคโนโลยีการเกษตรอยู่อีก 3 ภาควิชาด้วยกัน คือ ภาควิชาเทคโนโลยีการถ่ายภาพและการพิมพ์ ภาควิชาเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ และภาควิชาเทคโนโลยีพัฒนาผลิตภัณฑ์ จากการจัดการศึกษาที่กล่าวมาแล้วจนถึง พ.ศ. 2543 คณะวิศวกรรมและเทคโนโลยีการเกษตรยังคงรับภาระในการจัดการศึกษาทางด้าน วิศวกรรมและเทคโนโลยีการเกษตร 5 ภาควิชา ด้วยกันและยังรวมถึงสาขาวิชาที่เป็นศาสตร์เฉพาะทางที่แตกต่างกันและแตกต่าง จากวิศวกรรมและเทคโนโลยีการเกษตรโดยสิ้นเชิงอีก 3 ภาควิชา นับเป็นภารกิจความรับผิดชอบที่สูงมาก เพราะมีผลกระทบในการบริหารการจัดการ เนื่องจากความไม่ชัดเจนในทิศทางของการพัฒนาและแผนการดำเนินงานที่ต้องมีต่อ ไปตามแผนพัฒนาการศึกษาระยะที่ 9 รวมถึงความสอดคล้องกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติพุทธศักราช 2542 กอปรกับวันที่ 1 มิถุนายน 2543 หลังจากที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรีได้ประกาศใช้แผนพัฒนาสื่อสารมวลชนเทคโนโลยีสารสนเทศและโทร คมนาคมเพื่อการพัฒนาคนและสังคม (พ.ศ. 2542 – 2554) โดยมีขอบเขตคลอบคลุมถึงสื่อวิทยุกระจายเสียง สื่อวิทยุโทรทัศน์ สื่อสิ่งพิมพ์ คอมพิวเตอร์ มัลติมีเดีย โทรสาร อินเตอร์เน็ต เครือข่ายข้อมูล และโทรคมนาคมที่เป็นพื้นฐานการดำเนินงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและสื่อสารมวล ชน พร้อมทั้งตอกย้ำด้วย พระราชบัญญัติจัดตั้งสถาบันเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาแห่งชาติ และอื่นๆ อีกมากทั้งนี้เพื่อมุ่งหวังในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ซึ่งแผนพัฒนาดังกล่าวได้นำการสรุปสถานการณ์และ สภาพปัญหาไว้หลายประการคือ สภาพปัญหาด้านปริมาณ มีการนำเสนอสื่อไม่ครอบคลุมทุกพื้นที่และกลุ่มประชากรทั่วประเทศ สภาพปัญหาด้านคุณภาพ การนำเสนอเนื้อหาสาระของสื่อส่วนใหญ่ออกมาในรูปแบบการให้ข้อมูลข่าวสารและ มุ่งเน้นความบันเทิงเป็นหลัก สำหรับสภาพปัญหาด้านบุคลากรนั้นจะขาดแคลนบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ เฉพาะทางทั้งในด้านเทคนิคและการจัดรายการ ตลอดจนหน่วยงานที่ทำหน้าที่ในการจัดฝึกอบรมมีไม่เพียงพออีกทั้งสถาบันการ ศึกษาและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องยังขาดบทบาทที่จะสนองตอบความต้องการด้านนี้ อย่างชัดเจน ทั้งด้านการเรียนและการฝึกอบรม จากสภาพปัญหาที่เป็นอยู่จึงได้กำหนดกลยุทธศาสตร์และแนวทางในการพัฒนาสื่อสาร มวลชน เทคโนโลยีสารสนเทศ และโทรคมนาคม เพื่อการพัฒนาคนและสังคมขึ้น 4 ด้าน คือ ยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสื่อ ยุทธศาสตร์การพัฒนาผู้รับและ ผู้ใช้สื่อยุทธศาสตร์การพัฒนาผู้ผลิตสื่อ และยุทธศาสตร์การพัฒนาการบริหารจัดการ การจัดตั้ง จากเหตุผลดังกล่าวแล้วสถาบันฯ จึงเห็นสมควรจัดกลุ่มวิชาต่างๆ ทางด้านการเทคโนโลยีการผลิตสื่อเพื่อการสื่อสารมวลชนที่สอนอยู่ในคณะ วิศวกรรมและเทคโนโลยีการเกษตร มารวมกลุ่มเข้าด้วยกันและจัดตั้งขึ้นเป็นคณะใหม่ให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาคน และสังคม โดยใช้ชื่อคณะว่า คณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน (Faculty of Mass Communication Technology) ซึ่งจะดำเนินการเต็มรูปแบบ ตามการจัดตั้งคณะ 7 ภาควิชา คือ 1. ภาควิชาการถ่ายภาพและภาพยนตร์ (Department of Photography and Cinematography) 2. ภาควิชาการพิมพ์ (Department of Printing) 3. ภาควิชาวิทยุและโทรทัศน์ (Department of Radio and Television Broadcasting) 4. ภาควิชาโฆษณาและประชาสัมพันธ์ (Department of Advertising and Public Relations) 5. ภาควิชามัลติมีเดีย (Department of Multimedia) 6. ภาควิชาการจัดการทรัพยากรสื่อ (Department of Media Resource Management) 7. ภาควิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ (Department of Information Technology) ส่วนงานของคณะฯ เนื่องจากคณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน มีภารกิจหลักคือ การจัดการเรียนการสอน การวิจัย และพัฒนาการให้บริการวิชาการแก่สังคม การทำนุบำรุงศาสนา สืบสานศิลปวัฒนธรรม ตลอดจนการอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อม จึงสามารถกำหนดกรอบขอบเขตหน้าที่ชองงาน 2 ส่วนใหญ่ ๆ คือ 1. งานส่วนการศึกษา จะเป็นส่วนงานที่รองรับทางด้านการจัดการเรียนการสอนทั้งภาคทฤษฎีและภาค ปฏิบัติ ประกอบด้วยงานในฝ่ายต่างๆ คือ ฝ่ายวิชาการ ฝ่ายบริหาร ฝ่ายกิจการนักศึกษา ฝ่ายวิจัยและพัฒนา ฝ่ายกิจการพิเศษ และภาควิชาต่างๆ 2. ส่วนงานผลิตและบริหาร จะเป็นส่วนงานที่รองรับให้บริการทางวิชาการและผลิตสื่อประเภทต่างๆ ในงานทางด้านสื่อสารมวลชน เช่น ภาพถ่าย ภาพยนตร์ สิ่งพิมพ์ วิทยุโทรทัศน์ และมัลติมีเดีย ทั้งนี้เพื่อสนองนโยบายของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ในการจัดการศึกษาทั้ง 3 รูปแบบ คือ การศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย โดยการนำเทคโนโลยีในการผลิตตามกระบวนการสื่อสารมวลชนและสารสนเทศเข้าสู่ เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ตามนับของหมวด 9 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 การดำเนินการ วันที่ 12 ธันวาคม 2543 สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล มีคำสั่งแต่งตั้ง นายสุทัศน์ บุรีภักดี ให้ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งคณบดีคณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน โดยเริ่มปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2543 วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2544 สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล มีคำสั่งให้ข้าราชการครู ข้าราชการพลเรือน และลูกจ้างชั่วคราว จากคณะวิศวกรรมและเทคโนโลยีการเกษตร ไปปฏิบัติหน้าที่ที่คณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน จำนวน 17 คน วันที่ 19 มีนาคม 2544 คณะวิศวกรรมและเทคโนโลยีการเกษตร ได้โอนนักศึกษาและหลักสูตรเทคโนโลยีการถ่ายภาพและภาพยนตร์ และหลักสูตรเทคโนโลยีการพิมพ์ ให้อยู่ในความรับผิดชอบของคณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน วันที่ 23 มีนาคม 2544 สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล ประกาศกำหนดดำเนินการจัดการเรียนการสอนหลักสูตรเทคโนโลยีบัณฑิต วิชาเอกเทคโนโลยีการโทรทัศน์และวิทยุกระจายเสียง ประจำปีการศึกษา 2544 วันที่ 24 สิงหาคม 2544 สภาสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล ได้มีมติให้ปรับลดภาควิชาเหลือ 6 ภาควิชาโดยยกเลิกภาควิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ เนื่องจากซ้ำซ้อนกับภาควิชาในคณะวิทยาศาสตร์ ดังนั้น คณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน จึงมีภาควิชาทั้งหมด 6 ภาควิชา ดังต่อไปนี้ 1. ภาควิชาการถ่ายภาพและภาพยนตร์ (Department of Photography and Cinematography) 2. ภาควิชาการพิมพ์ (Department of Printing) 3. ภาควิชาวิทยุและโทรทัศน์ (Department of Radio and Television Broadcasting) 4. ภาควิชาโฆษณาและประชาสัมพันธ์ (Department of Advertising and Public Relations) 5. ภาควิชามัลติมีเดีย (Department of Multimedia) 6. ภาควิชาการจัดการทรัพยากรสื่อ (Department of Media Resource Management) วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2548 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี มีคำสั่งแต่งตั้ง รศ.กอบกุล ปราบประชา ให้ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งคณบดีคณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน โดยเริ่มปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2548 วันที่ 5 มกราคม 2549 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี มีคำสั่งแต่งตั้ง นางภักตร์พิมล เสนีย์ ให้ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งคณบดีคณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน โดยเริ่มปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่วันที่ 9 มกราคม 2549 วันที่ 19 มกราคม 2549 คณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน ได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการเทคโนโลยีการพิมพ์ขึ้นเพื่อรองรับงานพิมพ์ ของมหาวิทยาลัย วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2550 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี มีคำสั่งแต่งตั้ง นายวิชัย พยัคฆโส ให้ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งคณบดีคณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน โดยเริ่มปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2550